วิธีเลือกอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ ให้เหมาะกับประเภทงาน

วิธีเลือกอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ ให้เหมาะกับประเภทงาน

การป้องกันระบบหายใจ (Respiratory Protection) ถือเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน สารเคมี หรือก๊าซพิษ หากเลือกใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการสะสมของสารอันตรายในร่างกายและส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพ บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจหลักการเลือกอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจที่เหมาะสมกับลักษณะงาน

ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ

หน้ากากกรองฝุ่น (Particulate Respirators)

  • เหมาะกับงานก่อสร้าง งานไม้ งานเจียรโลหะ หรืองานที่มีฝุ่น PM2.5
  • มีระดับการกรอง เช่น N95, N99, P100


หน้ากากกรองไอสารเคมี (Chemical Cartridge Respirators)

  • เหมาะกับงานห้องแล็บ งานพ่นสี งานผลิตสารเคมี
  • ต้องเลือกตลับกรอง (Cartridge) ให้ตรงกับชนิดของสาร เช่น Organic Vapor, Acid Gas


หน้ากากครอบเต็มหน้า (Full-face Respirators)

  • ป้องกันทั้งระบบหายใจและดวงตา
  • ใช้ในงานที่มีไอระเหยเข้มข้น หรือสารเคมีที่ระคายเคืองตา


อุปกรณ์จ่ายอากาศบริสุทธิ์ (Supplied-air Respirators / SCBA)

  • เหมาะกับพื้นที่อับอากาศหรือพื้นที่ที่มีออกซิเจนต่ำ
  • เช่น งานดับเพลิง งานบำบัดน้ำเสีย งานเข้าไปซ่อมบำรุงถังเก็บสารเคมี


หลักเกณฑ์ในการเลือกใช้อุปกรณ์

  • ระบุความเสี่ยงของงาน: ฝุ่น, ควัน, ไอระเหย, หรือก๊าซพิษชนิดใด
  • ตรวจสอบค่ามาตรฐาน: เช่น NIOSH, EN เพื่อความมั่นใจในประสิทธิภาพ
  • ความสะดวกในการใช้งาน: น้ำหนักเบา ระบายอากาศดี ไม่รบกวนการทำงาน
  • การดูแลรักษา: ทำความสะอาดง่าย มีอะไหล่เปลี่ยน เช่น ตลับกรอง
  • การฝึกอบรมพนักงาน: ผู้ใช้งานต้องรู้วิธีสวมใส่ ตรวจสอบ และบำรุงรักษา

เคล็ดลับการใช้งานให้ปลอดภัย

  • ตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • เปลี่ยนตลับกรองหรือฟิลเตอร์ตามกำหนด
  • หลีกเลี่ยงการใช้ซ้ำหน้ากากแบบใช้ครั้งเดียว
  • เก็บรักษาอุปกรณ์ในที่สะอาด แห้ง และปลอดสารเคมี

สรุป

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจไม่ใช่แค่การซื้อหน้ากากมาใช้งานเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาให้ตรงกับประเภทของงานและสารอันตรายที่เผชิญ การเลือกที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในองค์กรได้อย่างยั่งยืน

 

Visitors: 112,556